บ้านหัวทุ่ง...ความสุกสกาวจากข้างใน

หากท่านต้องการคัดลอกข้อมูลบนเว็บไซต์ กรุณาทำการลงทะเบียน หรือเข้าสู่ระบบ

แกลลอรี่ภาพ

ที่มา : COMPASS Magazine ตุลาคม 2556

ด้วยความสูงเป็นอันดับสามของภูเขาในประเทศ และหากเปรียบเทียบกันเพียงภูเขาหินปูน ด้วยความสูง 2,225 เมตรเหนือระดับนน้ำทะเล นับได้ว่าดอยหลวงเชียงดาวเป็นภูเขาหินปูนที่สูงที่สุดในประเทศ ทุกเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ของทุกปี นักท่องเที่ยวผู้นิยมธรรมชาติทั่วสารทิศจะเดินทางมาที่นี่เพื่อปีนเขาสำรวจธรรมชาติที่งดงามและอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก

ดอยหลวงเชียงดาว เป็นภูเขาหินปูนล้วนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยเป็นภูเขาหินปูนที่เกิดขึ้นในยุคเพอร์เมียน มีอายุระหว่าง 230-250 ล้านปี สันนิษฐานว่าพื้นที่ในบริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นท้องทะเลมาก่อนที่การ ตกตะกอนทับถมของซากสิ่งมีชีวิต เช่น ปะการังและหอย เป็นภูเขาที่ไม่มีแหล่งเก็บน้ำ ไม่มีแหล่งนน้ำธรรมชาติ แต่ที่นี่มีความพิเศษคือมีพรรณไม้แบบที่เรียกว่า ‘กึ่งอัลไพน์แห่งเดียวในประเทศ คือพวกพุ่มไม้เตี้ย และไม้ล้มลุก คล้ายพืชแบบแถบหิมาลัยแต่พัฒนาตนเองเป็นพืชเฉพาะถิ่น จึงมีดอกไม้สวยๆมากมายที่เราพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น และพรรณไม้บางสายพันธุ์มีที่ดอยหลวงเชียงดาว ที่เดียว

ไม่เฉพาะความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์พืช ลำพังแค่การทอดมองทิวทัศน์ทั่วขุนเขา โดยเฉพาะการเดินไปจนถึงยอดและมองลงมา คุณก็จะพบกับความมหัศจรรย์ของทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตา หมู่บ้านรอบเชิงเขาที่เกาะกลุ่มกับป่าไม้อย่างสอดคล้องกลมกลืน

ทั้งนี้หนึ่งในหมู่บ้านที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่นานตรงตีนดอยหลวงที่แม้จะไม่อลังการเสมือนบนยอดดอย หากแต่ความเรียบง่ายของชุมชนและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายหากจะมองข้าม เรากำลังพูดถึงบ้านหัวทุ่ง หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ๆ กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวงเชียงดาว

มีเรื่องประหลาดเล็กๆ ในพื้นที่ของบ้านหัวทุ่ง ไม่ไกลจากบ้านทุ่งละครของตำบลเชียงดาว ท่ามกลางสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ที่เป็นเขาหินปูนไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ กลับปรากฏมีน้ำใสไหลทะลักออกจากโตรกผาและซอกรูของตีนดอยนาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งดอยร่วมพื้นที่กับดอยหลวงเชียงดาว ชาวบ้านเรียกพื้นที่อันน่าอัศจรรย์ตรงนั้นว่า 'น้ำออกฮู'

อย่างไรก็ดี แม้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่ทราบกันนักว่า พื้นที่บริเวณดอยหลวงและดอยนางนั้นเป็นตัวรองรับจากต้นน้ำหลักบนดอยหลวง พื้นที่ดังกล่าวจะซับน้ำอุ้มไว้ แล้วแบ่งสรรปันส่วนไหลรินลงมาให้ทั้ง 5 ลุ่มน้ำเบื้องล่าง ได้แก่ แม่กึ้ด แม่ลุ แม่ก๊ะ แม่นะ และแม่แมะ ซึ่งสามารถหล่อเลี้ยงหมู่บ้านและผืนป่าในบริเวณนั้นกว้างขวางออกไปกว่า 6,000 ไร่ อย่างพอเพียง

แน่นอน ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่มักถูกผูกติดด้วยเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติของพื้นที่ เจ้าหลวงคำแดงจึงเป็นตำนานอารักษ์คู่ดอยหลวงเชียงดาว ในขณะที่บนดอยนางก็มีเจ้าแม่นางคำเขียวปกปักษ์รักษา และนั่นเป็นที่มาของความศรัทธาและพิธีกรรมเลี้ยงผีขุนน้ำในเดือนเก้าเป็งของทุกปี (ราวเดือนมิถุนายน) ส่วนประโยชน์ทางอ้อมของพิธีกรรมก็ปรากฏผ่านความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในพื้นที่ทั้งจากชาวบ้านหัวทุ่ง ชาวบ้านทุ่งละครและอื่นๆ ในการร่วมกันจัดกิจกรรมตอบแทนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่

อันที่จริง หากมองให้พ้นจากกรอบของความเชื่อและพิธีกรรม การมีอยู่ของบ้านหัวทุ่งก็เป็นตัวอย่างที่งดงามซึ่งสะท้อนระบบนิเวศที่สมบูรณ์ได้อย่างดียิ่ง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการนำมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชุมชนและการท่องเที่ยว โดยใช้กระบวนการการบริหารจัดการพื้นที่ของชาวชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่มาของรางวัลจากสถาบันต่างๆ มากมายที่บ้านหัวทุ่งได้รับ อาทิ รางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวต้นแบบเชิงนิเวศ จากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ รางวัลหมู่บ้านปลอดการเผา ปี 2555 จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษรางวัลชนะเลิศหมู่บ้านปลอดการเผา "ชุมชนสีเขียว" ระดับจังหวัด เป็นต้น นับตั้งแต่ได้แยกตัวมาจากบ้านทุ่งละครเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2540     

บ้านหัวทุ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 14 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว หากขับรถออกจากตัวเมือง เข้าสู่ทางแยกถนนสายเลี่ยงเมืองผ่านหมู่บ้านทุ่งละครไปไม่กี่กิโลเมตร ก็จะพบชุมชนต้นน้ำบ้านหัวทุ่งวางตัวอยู่บนที่ราบอันเป็นแนวต่อเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำห้วยแม่ลุ และห้วยละครที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง ทิศตะวันตกมีชายขอบของป่าผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ เรียกว่า "ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง" ที่ซึ่งนอกจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติแล้ว ทุกๆ พื้นที่ในชุมชนยังสามารถมองเห็นดอยเชียงดาวและดอยนางอันสง่างามได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

"ป่าสวยน้ำใส สมุนไพรขึ้นชื่อ เรื่องลือข่าวเศรษฐกิจ วิถีชีวิตจักรสาน สมานสามัคคี มีน้ำใจพัฒนา" คือคำขวัญที่สะท้อนภาพชัดของชุมชนที่มีอยู่ด้วยกัน 150 หลังคาเรือน และมีประชากรทั้งหมด 454 คน ที่ซึ่งนอกจากความหลากหลายของชาวบ้าน (ลัวะ ไทลื้อ และคนยอง) ความหลากหลายของพืชพรรณยังโดดเด่นควบคู่ไปกับวิถีชีวิตพื้นถิ่นด้วย ซึ่งได้มีการบริหารจัดการอย่างสอดประสาน จนสามารถสร้างมูลค่าทางความยั่งยืนต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน รวมทั้งการร่วมกันอนุรักษ์ป่าชุมชน การจัดตั้งกลุ่มสมุนไพรเพื่อการเรียนรู้ โครงการปลูกแฝกเพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ กลุ่มโครงการแก๊สชีวภาพ โครงการปลูกกาแฟ และที่โดดเด่นอย่างยิ่งก็คือโครงการปลูกไผ่เศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าที่นี่เป็นชุมชนแห่งแรกที่มีการสานก๋วย (เข่ง) ซึ่งกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอันโดดเด่นของหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการปลูกไผ่โดยชาวบ้านช่วยกันดูแล และเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานทั้งจากกลุ่มองค์กร ภาครัฐ และเอกชน ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

พ่อหลวงสุขเกษม สิงห์คำ ผู้ใหญ่บ้านหัวทุ่ง เล่าให้ฟังว่า ป่าไผ่เกิดขึ้นในสมัยพ่อหลวงติ๊บ ศรีบุญยัง ซึ่งได้ไปขอพื้นที่ของ นพค. (หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่) 32 กรป.กลาง (กองอำนวยการกลาง รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ) ที่เคยได้ใช้เป็นที่เลี้ยงวัวแล้วปล่อยให้รกร้างมาสร้างป่าชุมชน ในขณะเดียวกันด้วยความที่ชาวบ้านในแต่ละครอบครัวส่วนใหญ่มีการสานก๋วย ซึ่งต้องมีการตัดไผ่กันทุกๆ วัน จึงมีความคิดที่จะขยายพื้นที่ปลูกป่าทดแทนโดยขอพื้นที่เพิ่มจาก นพค. อีก 42 ไร่ ทำให้ชาวบ้านหัวทุ่งได้รับประโยชน์จากการตัดไผ่มาสานก๋วย สร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยหมุนเวียนทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างเป็นระบบ

ระบบการจัดการภายในที่ยั่งยืนยังส่งผลถึงการนำศักยภาพดังกล่าวมาต่อยอดเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งหากพูดกันในฐานะเชิงเศรษฐกิจร่วมสมัย เราสามารถบอกได้เลยว่าบ้านหัวทุ่ง "กำลังจะมา" เพราะหลังจากได้รับความร่วมมือจากสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT-I) ซึ่งได้วางรากฐานสำหรับการจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ โดยชุมชนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักในบ้านพักที่จัดไว้ให้ และนำนักท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้าน เที่ยวป่าชุมชน ศึกษาการฟื้นฟูพื้นที่ป่า ศึกษาสมุนไพรและป่าไผ่เศรษฐกิจ โดยจะมีมัคคุเทศก์ชาวบ้านให้การต้อนรับและให้ความรู้อย่างคนในพื้นที่ที่รู้จริง

ป่ามันคือชีวิต น้ำก็คือชีวิต เราเข้าไปในป่า เราไม่มีเงินสักบาท เราก็ยังได้กินเจ็บป่วยก็มียารักษาเหมือนเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของคนจน ที่ชาวบ้านหัวทุ่งช่วยกันดูแลป่าก็ไม่ใช่เพื่อเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่เท่านั้น แต่อากาศที่บริสุทธิ์ของที่นี่จะลอยไปทั่วทุกที่ ขนาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเขายังมาซื้ออากาศของเราเลยแม่หล้า ศรีบุญยังผู้นำธรรมชาติแห่งบ้านหัวทุ่ง บอกอย่างภาคภูมิใจ

 

ไม่ใช่เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ภูมิปัญญา หรือการจัดการพื้นที่ภายในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น เราคิดว่าจุดเด่นที่สุดที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้เติบโตและยั่งยืนได้เช่นทุกวันนี้ คือ "จิตสำนึกและการเสียสละ" ของชาวชุมชนทุกคนที่รักและห่วงแหนพื้นที่บ้านหัวทุ่งอย่างหมดหัวใจ         

 

และนั่น เป็นความสุกสกาวจากภายในที่ใช่ว่าจะหาได้ง่าย...ที่ไหนๆ ก็มี

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

How to get there     

จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทาง 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) เข้าอำเภอเชียงดาวไปตามทางแยกถนนเลี่ยงเมือง เลี้ยวซ้ายผ่านบ้านทุ่งละครก็จะพบชุมชนบ้านหัวทุ่งตั้งอยู่บริเวณตีนดอยหลวงเชียงดาวกับดอยนาง ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าชมป่าชุมชนได้ตลอดทั้งปี และยังสามารถขี่จักรยานไปเที่ยวถ้ำเชียงดาว ถ้ำผาปล่อง บ่อน้ำร้อนบ้านยางปูโต๊ะและพระสถูปเมืองงาย ได้อย่างสะดวก

วัฒนธรรมประเพณี      

  1. มีการทำบุญเลี้ยงผีขุนน้ำในเดือนมิถุนายนของทุกปี
  2. การแสดงพื้นเมืองของเด็กและเยาวชน
  3. การเก็บของป่าในแต่ละเดือนไม่เหมือนกันตามฤดูกาล

 

กิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน   

  1. ดูการจัดการดูแลการรักษาป่าชุมชน (ป่าต้นน้ำ)
  2. วิถีชีวิตของชาวบ้านหัวทุ่ง
  3. การปลูกป่าไม้ไผ่เศรษฐกิจเพื่อใช้ในการจักสานเป็นอาชีพเสริม
  4. ศึกษาภูมิปัญญาเรื่องสมุนไพรในพื้นที่
  5. การแสดงของเด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน