แนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนกับการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต

หากท่านต้องการคัดลอกข้อมูลบนเว็บไซต์ กรุณาทำการลงทะเบียน หรือเข้าสู่ระบบ

แกลลอรี่ภาพ

แนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนกับการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต : กรณีศึกษาจากการจัดทำแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์ และพัฒนาเวียงกุมกาม

 

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ “International Seminar on Living Heritage Conservation: Managing Change, Engaging Community, Sustaining Wiang Kum Kam” (“การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต การบริหารจัดการบนความเปลี่ยนแปลง โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อความยั่งยืนของเวียงกุมกาม”) เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และพัฒนาเวียงกุมกาม ที่เท่าทันสถานการณ์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยข้อมูลที่ได้รับจะนำมาประกอบการจัดทำแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์ และพัฒนาเวียงกุมกามอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

การสัมมนาในช่วงเช้าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รับจากดำเนินการศึกษาในพื้นที่เวียงกุมกามในช่วงที่ผ่านมาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชา โดยได้แบ่งการนำเสนอเป็นหัวข้อต่างๆ ได้แก่หัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองโบราณ: กรณีศึกษาเวียงกุมกามโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ศรีศักร วัลลิโภดม ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเวียงกุมกามโดยคุณสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ และ ธรณีวิทยาในงานโบราณคดีเวียงกุมกามโดยผศ.ดร.ฟองสวาท สุวคนธ์ สิงหราชวราพันธ์ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยการนำเสนอข้อมูลทั้งสามหัวข้อทำให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การดำรงอยู่ และการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ของชุมชนในเขตเวียงกุมกาม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับภูมิปัญญาในการจัดการน้ำที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตั้งถิ่นฐาน และการดำรงอยู่ของชุมชนในเขตเวียงกุมกามเรื่อยมา กระทั่งการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในปัจจุบัน

 

ช่วงต่อมาเป็นการสัมมนาในหัวข้อ “เวียงกุมกาม การเปลี่ยนแปลงคุณค่าและความหมายโดย ดร. ม.ร.ว.รุจยา อาภากร ผู้อำนายการศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO SPAFA) ได้เริ่มการเสวนาโดยชวนให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้ขบคิดถึงคุณค่า และความหมายของเวียงกุมกามซึ่งแม้ว่าโดยทั่วไปคนส่วนใหญ่จะรู้จักเวียงกุมกามในด้านการเป็นแหล่งโบราณคดี และแหล่งประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนโบราณตั้งแต่สมัยก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่ แต่อย่างไรก็ตามการทำความเข้าใจพื้นที่เวียงกุมกามนั้นไม่อาจละเลยมิติของผู้คนในปัจจุบันไปได้ โดยเฉพาะมิติการมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เหมาะสมโดยมีคนในพื้นที่เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง จากนั้นคุณมณฑิรา อูนากูล ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้กล่าวถึงหลักการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมตามหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ซึ่งประกอบด้วยสามเสาหลักสำคัญ ได้แก่ ความเป็นของแท้ ความครบถ้วนสมบูรณ์ และการคุ้มครองและการจัดการ ซึ่งควรให้ความสำคัญกับแนวทางการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอย่างเป็นองค์รวมทั้งด้านกายภาพ และจิตวิญาณของพื้นที่ โดยยกตัวอย่างกรณีของเมืองเชียงใหม่ รวมถึงเวียงกุมกามที่กำลังอยู่ในระหว่างการเข้าระบบการพิจารณาให้เป็นเมืองมรดกโลก แต่ที่ผ่านมาโครงการพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่ยังคงขาดความเข้าใจคุณค่า และความหมายที่แท้จริงของเวียงกุมกาม จึงทำให้การพัฒนาที่ผ่านมาไม่เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง เช่นเดียวกันกับ ดร.วีระพันธุ์ ชินวัตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เสนอมุมมองการบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม โดยมีแนวคิดสำคัญคือการสร้างความสมดุลระหว่างมรดกทางวัฒนธรรม ทั้งมรดกทางวัฒนธรรมที่หลงเหลือร่องรอยมาจากอดีต กับมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงแฝงอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมในพื้นที่เมืองเชียงแสนที่ผู้บรรยายได้ทำการศึกษามาก่อน โดยเน้นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นองค์รวมทั้งด้านกายภาพ สังคมวัฒนธรรม และภูมิทัศน์วัฒนธรรม

 

ในภาคบ่ายเป็นการเสวนาในหัวข้อ “บทเรียนในอดีตจากการอนุรักษ์เวียงกุมกามโดยเป็นการนำเสนอข้อมูลจากการดำเนินโครงการต่างๆ ทั้งด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน และหลักฐานด้านโบราณคดี เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยคุณสหวัฒน์ แน่นหนา อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์โบราณสถานเวียงกุมกามมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม การนำเสนอโครงการพัฒนาสภาพภูมิทัศน์และผังเมืองเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่เวียงกุมกาม โดย รศ. จามรี อาระยานิมิตสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปิดท้ายด้วยคุณรณฤทธิ์ ธนโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตยกรรม ที่ได้เสนอมุมมองการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมเวียงกุมกามโดยเน้นการเรียนรู้ของคนในชุมชนเป็นพื้นฐานของการดำเนินงานอนุรักษ์ แม้ว่าปลายทางเวียงกุมกามจะได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกหรือไม่ก็ตาม

 

ช่วงสุดท้ายเป็นการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตเวียงกุมกาม ความท้าทาย และโอกาสโดยคุณสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรมที่ได้เสนอว่า นอกจากการทำความเข้าใจคุณค่าและความสำคัญของเวียงกุมกามเพื่อการอนุรักษ์ และสร้างการเรียนรู้จากกระบวนการพัฒนาแล้ว สิ่งสำคัญที่จำเป็นต่อโครงการพัฒนาอีกประการหนึ่งคือ องค์กรในการบริหารจัดการทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บทบาทความเป็นเจ้าของในระดับต่างๆ ของผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา รวมถึงกระบวนการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถตรวจสอบได้ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

 

ช่วงของการสรุปการสัมมนา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ศรีศักรวัลลิโภดม กล่าวว่าการสัมมนาในครั้งนี้ทำให้ได้รับทราบข้อมูลจากการศึกษาเวียงกุมกามในมิติต่างๆ ที่มีความก้าวหน้าทางวิชาการซึ่งสามารถนำไปต่อยอดการศึกษาได้ในอนาคต ส่วนประเด็นการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ศรีศักรได้ให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจคือ การดำเนินการต่างๆ ต้องไม่ละเลยมิติชุมชนในฐานะที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมซึ่งมีความเข้าใจคุณค่า และความหมายของวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งหากโครงการพัฒนาที่นำวัฒนธรรมมาใช้โดยขาดความเข้าใจคุณค่าที่เหมาะสม รวมถึงขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนย่อมเป็นการนำวัฒนธรรมมาขาย โดยความหมายของ “ชุมชนที่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ศรีศักร กล่าวถึงมิได้หมายความถึงชุมชนทางกายภาพ หรือผู้คนที่อยู่อาศัยในขอบเขตพื้นที่เวียงกุมกามเท่านั้น แต่หมายถึงชุมชนที่สร้างขึ้นโดยมีเป้าหมาย และผลประโยชน์ร่วมกันซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในบทบาท เจ้าของโครงการพัฒนาอย่างแท้จริง

 

แม้ว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลจากการศึกษา และการระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาในเบื้องต้น แต่ได้สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานหรือองค์กรที่มีบทบาทหน้าที่ในด้านการกำหนดนโยบาย หรือแผนการพัฒนามีแนวคิดที่คำนึงถึงการพัฒนาที่มาจากรากฐานของความเป็นชุมชน และพยายามเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนการทำงานด้านการพัฒนามากขึ้นอย่างไรก็ตามยังต้องติดตามกันต่อไปว่าแผนการอนุรักษ์ และพัฒนาเวียงกุมกามที่จะนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตจะเป็นไปในรูปแบบใด และจะเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในกระบวนการพัฒนาครั้งนี้ในระดับได้บ้าง

 

อนุวัตร อินทนา
สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน